| ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น
2.45 เซนต์ ปิดที่ 2.6156 ดอลลาร์ต่อแกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนมี.ค.ดีดขึ้น
2.19 เซนต์ ปิดที่ 2.3899 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น
46 เซนต์ ปิดที่ 93.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนไม่ให้ความสนใจต่อข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐที่ระบุว่า น้ำมันดิบสำรองปรับตัวเพิ่มขึ้น
1.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 301.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเบนซินสำรองเพิ่มขึ้น
1.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 229.2 ล้านบาร์เรล และน้ำมันกลั่นสำรองลดลง 1
แสนบาร์เรล แตะระดับ 127.0 ล้านบาร์เรล ส่วนอัตราการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น
0.8% แตะระดับ 85.1%
"นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบและสัญญาน้ำมันประเภทอื่นๆ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นเกินความคาดหมายและเป็นปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้น
เมื่อใดก็ตามที่ตลาดหุ้นทะยานขึ้น นักลงทุนก็จะใช้เป็นเหตุผลในการเข้าซื้อ"
นายฟิล ไฟนน์ นักวิเคราะห์จากบริษัทเอลารอน เทรดดิ้ง ในเมืองชิคาโกกล่าว
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3%
ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปี 2550 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง
0.3% โดยปัจจัยที่หนุนยอดค้าปลีกเดือนม.ค.พุ่งขึ้นเกินความคาดหมายมาจากความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
และยอดขายที่สถานีบริการเชื้อเพลิงเบนซินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
นักลงทุนจับตาดูความขัดแย้งทางกฎหมายระหว่างเวเนซูเอลากับบริษัท เอ็กซอน
โมบิล ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ หลังจากบริษัทปิโตรเลียส
เดอ เวเนซูเอลา เอสเอ (PDVSA) รัฐวิสาหกิจน้ำมันของเวเนซูเอลาเปิดเผยว่า
บริษัทได้ระงับการส่งออกน้ำมันดิบให้กับเอ็กซ์ซอน โมบิล พร้อมทั้งยุติความสัมพันธ์ทางการค้ากับเอ็กซอน
เพื่อตอบโต้การทำสงครามทางเศรษฐกิจที่ฝ่ายสหรัฐยื่นฟ้องศาลให้พิจารณายึดทรัพย์สินของบริษัทเวเนซูเอลา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า การที่เวเนซูเอลาขู่จะระงับการส่งออกน้ำมันไปยังสหรัฐนั้นอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับเทรดเดอร์ในตลาดน้ำมันบางกลุ่ม
แต่จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อปริมาณการผลิตหรือราคาน้ำมันในระยะยาว เช่นเดียวกับภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในเวเนซูเอลาก็จะไม่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
|